Enterprise-Network-image

Cisco วิเคราะห์แนวโน้มด้าน Enterprise Network ประจำปี 2018

ตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมาถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในส่วนของระบบเครือข่ายสำหรับองค์กรของบริษัท Cisco เป้าหมายก็เพื่อสร้างระบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าในปี 2018 โดยการนำเครือข่ายแบบ intent-based networking (เครือข่ายตามความต้องการของผู้ใช้) ด้วยการใช้เครือข่ายรูปแบบนี้จะเป็นการเปิดอนาคตใหม่ให้โลกไซเบอร์ในปัจจุบัน  และยังมีอีกหลายอย่างที่สำคัญที่เราจต้องมานั่งพูดคุยกันเป็นลำดับ เพื่อให้เข้าใจว่าเรากำลังเปลี่ยนไปอย่างไร จำเป็นจะต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้เรามีอะไรอยู่ในมือ

เมื่อเราย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 เป็นต้นมา เราจะพบว่ามีการนำระบบ Next gen network analytics มาใช้กับเครือข่ายไร้สาย หรือ Wireless network แต่อย่างไรก็ตามมันยังไม่สามารถตอบโจทย์กับลูกค้าได้อย่างที่ควรจะเป็น แต่เวลาผ่านไปเราเข้าใจกระบวนการมากขึ้นผ่านการทดลองใช้วิธีต่างๆ อย่างเช่นการนำอุปกรณ์สองชนิด Switching และ SD-WAN มาทำงานร่วมกัน ผลจึงสามารถติดตามผู้ใช้งานเครือข่ายทั้งหมดได้แบบครอบคลุม 360 องศา เมื่อนำมาทำงานร่วมกับ Machine Leaning แล้วจะช่วยให้ได้รับข้อมูลรูปแบบใหม่ๆ ช่วยให้เราติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลได้ง่ายยิ่งขึ้น

Enterprise-Network

ในขณะที่สายงานระหว่าง Security Operations  และ Network Operations เริ่มที่จะไม่แตกต่างกันอีกต่อไป เนื่องจากภัยร้ายอย่าง Ransomware อาจจะดูน่ากลัวจนหลายคนเลือกให้มันเป็นอันตรายอันดับหนึ่งในปัจจุบัน แต่ความเป็นจริงแล้วมันใช้เวลาเป็นปีกว่าจะระบาดไปทั่ว เราเคยเห็นการโจมตีครั้งใหญ่มาแล้วจากระบบ IoT ที่มีความอ่อนแอจนไม่สามารถป้องกันตนเองจากอาญากรไซเบอร์ได้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี 2016 กับเจ้า Mirai เป็นมัลแวร์เข้าไปเล่นงานเครือข่ายที่ทำงานในระบบ Linux และสั่งงานให้มันโจมตีเครือข่ายด้วยวิธีที่เรียกว่า “Botnet” ความอันตรายของพวกมันสามารถทำสามารถทำความเสียหายแก่ข้อมูล จนถึงทำให้เครือข่ายล่มได้เลยทีเดียว

ต่อมาเป็นเรื่องของ Edge Computing ที่จะเริ่มเข้ามามีความสำคัญอย่างมากในรุ่นต่อๆ ไป ในอดีตที่เราเคยใช้โซลูชั่นเดิมๆ ในการประมวลผลต่างๆ ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต (WAN) โดยเฉพาะอย่างในระบบคลาวด์ (Cloud Platform) จะพบได้ว่ามันจะเกิดความล่าช้าระหว่างกันของผู้รับและผู้ส่ง เราเรียกมันว่า ความหน่วงของเวลา (Latency) เพราะอุปกรณ์ต้นทาง และปลายทางต้องใช้เวลาในการตัดสินใจและประมวลผลมากกว่า Edge Computing จึงจะเข้ามาแทนที่ เพราะข้อได้เปรียบในการประมวลผลผ่านเครือข่ายภายในพื้นที่ (Local Area Network) ซึ่งในปี 2018 จะพบเห็นได้ชัดเจนว่ามีผู้ประกอบการเริ่มใช้งานระบบแบบ Edge Computing เพิ่มเป็นอย่างมาก และมันจะกลายเป็นมาตฐานที่มีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคตอีกหลายสิบปี