Docker-Enterprise

Cisco ขยายฐานตลาด Docker Enterprise Edition ปล่อย CVD ให้นำไปศึกษาฟรี

Cisco บริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีเครือข่าย ได้ออกมาประกาศขยายฐานตลาดด้วย Docker Enterprise Edition (EE) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Container Management พร้อมกับการปล่อยให้ดาว์โหลดตัว Cisco Validated Design (CVD) ไปใช้ในการศึกษาได้แบบฟรีๆ หลังจากที่บริษัท Cisco ได้เปิดบริการ Container ให้กับลูกค้ามาซักระยะแล้ว นี่จะเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะมาช่วยสนับสนุนความต้องการของลูกค้า ด้วยการร่วมมือกับบริษัท Docker ที่ได้เข้ามาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในด้านการตลาดและวิศวกรเพื่อดูแลระบบ Container ของลูกค้า

การร่วมมือครั้งนี้ระหว่างสองบริษัทเป็นผลให้ Docker ได้ออกการรับรอง  Cisco Unified Computing System (UCS) เพื่อให้ครอบคลุมระบบต่างๆ ในเครือข่ายทั้งหมด และยังมี Cisco Validated Design (CVD) สำหรับแพลตฟอร์ม Docker Data Center ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถใช้งาน Docker ได้บน Cisco UCS B และในรุ่น C-Series ทาง Cisco ก็ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่า “พวกเรามีฐานลูกค้าที่ใช้งาน Container บนระบบ UCS อยู่มากมายแล้วในตอนนี้” โดย Liz Centoni รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบเครือข่ายของ Cisco และยังบอกอีกว่า “ทางบริษัท Cisco ของเราจะพยายามทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่างเต็มความสามารถเพื่อผลประโยชน์ของลูกค้าและบริษัท โดยเฉพาะในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Container เพื่อนำไปใช้งานในระบบส่วนใหญ่ได้มากขึ้น”

Enterprise-Edition

สำหรับบริษัทที่เข้ามาร่วมงานกับ Cisco ในครั้งนี้ถือว่าเป็นบริษัทพัฒนาซอฟ์แวร์ชื่อดังสำหรับธรุกิจโดยเฉพาะ ก่อตั้งขึ้นโดย Solomon Hykess ในปี 2010 และต่อมา Benjamin Golub ได้ขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ในปี 2013 ขณะเดียวกัน dotCloud และ Red Hat ได้ประกาศร่วมมือกันจนได้รวบบริการระหว่าง Docker เข้ากับ OpenSihft ซึ่งเป็นบริการ PasS ของ Redhad ในเดือนตุลาคมบริษัทได้เปลี่ยนชื่อจาก dotCloud เป็น Docker Inc ในปี 2014 บริษัท Microsoft Coporation ได้ประกาศความร่วมมือระหว่างบริษัท พร้อมกับเปิดบริการ Amazon Elastic Compute Cloud ปัจจุบันบริษัท Docker มีมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ หลังจากที่ได้ระดมทุนได้เป็นเงินกว่า 95 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2015

โปรแกรมของพวกเขาที่เรียกว่า Docker ทำงานด้วยการรันแพคเกจซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า “Containers” ภายในสามารถติดตั้งสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการได้ สมมุตว่าตัวแรกใช้ในการรันเว็บเซิฟเวอร์ อีกตัวอาจจะใช้สำหรับเก็บฐานข้อมูลต่างๆ โดยมีเครื่องมือเฉพาะที่แตกต่างกัน ถึงแม้ว่าสมันจะแยกออกจากกัน แต่ยังคงสามารถที่จะเชื่อมต่อสื่อสารกันได้ตลอดเวลา ด้วยการรันแบบ “Single kernel” ทำให้มันกินทรัพยากรน้อยกว่าการใช้งานบน “Virtual Machines” เป็นอย่างมาก มันจึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ในขณะที่ระบบเดิมๆ เริ่มมีการใช้งานน้อยลง ถ้าจะพูดง่ายๆ ให้ลองนึกถึงโฟลเดอร์หลายๆ อันที่ภายในมีโปรแกรมใส่ไว้คงจะง่ายกว่าเยอะเลย ถึงแม้ว่าการทำงานมันจะซับซ้อนกว่านั้นก็ตาม